Medih Christian Rozenkroy View my profile

สัตว์เลี้ยงยุคใหม่

posted on 26 Apr 2011 00:26 by mcrozenkroy in MedihStory
วันนี้จะมาแนะนำสัตว์เลี้ยงที่เมดิช มักจะพาไปเที่ยวด้วยบ่อยๆ
(ทำหน้าโมเอะ...เอ่อ ทำหน้าแอ๊บแบ้วอะ)มาดูซิว่าคุณมีนิสัยเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวไหนของผม !!~ อิอิ
  

ชื่อ :  มั้ง (Munk)              เพศ : ไม่แน่ใจ
ชนิด : "สมเสร็จน้ำกร่อย"
ประเภท : เลียงลูกด้วยนมกล่อง
นิสัย : ขี้อาย พูดน้อย ไม่มั่นใจในตัวเองว่าเป็นญาติใครกันแน่ช้างก็ไม่ใช่ หมีก็ไม่แน่ หมูก็ไม่เชิง สีก็ไม่รู้ว่าขาว-ดำ หรือ ดำ-ขาวแถมจะอยุ่น้ำเค็มก็ไม่สะดวก น้ำจืดก็ไม่ได้ ต้องอยู่น้ำกร่อยแบบครึ่งๆกลางๆ ไม่แน่ใจอะไรเลย ไม่กล้าตัดสินใจ กลัวการประชันหน้า โลเลและไขว้เขวง่าย เฉื่อยช้า หลายครั้งที่ตัดสินใจตามเพื่อนๆ และบางทีก็โดนเพื่อนๆหลอก


 
ชื่อ :  Sofia โซเฟีย
 เพศ : หญิง (ที่เริศที่สุด)
 ชนิด : "ปลวกภูเขาไฟ"

ประเภท : แมลงอดทน
นิสัย : มั่นใจเกินร้อย เทรนดี้ตัวเหง้า ใจร้อน อารมณ์ร้อน แม้ว่าลักษณะทางกายภาพจะคล้ายปลวกทั่วไปแต่ต่างตรงที่ตัวสีแดงและมีเปลวไฟที่หัวนิดหน่อย  ชอบด่าจิกแบบถึงพริกถึงเกลือ ตรงไปตรงมา ไม่ชอบให้คนติว่าหน้าตาปลวก(เฉยๆ)เพราะเป็นคนละclassกัน


ชื่อ :  เซื่อง (Sueang)

 เพศ : ชายมาตรฐาน

 ชนิด : "คูปรีสันกำแพง"
ประเภท : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่มาก
นิสัย : เอื้อเฟื้อ ทนทาน ล่ำถึกบึกบึน ชอบแช่โคลน ใจดี ใจเย็นจนเฉื่อยชา ช้า เซื่อง ไม่ค่อยทันชาวบ้าน ชอบแช่โคลนและซอเคล้าคลอลมที่พัดยามเย็น สุนทรี ไม่มีพิษภัย


  

ชื่อ : บลิ้งๆ (Blink)

 เพศ : ที่สาม
 ชนิด : "ละมั่งยันฮี"

ประเภท : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสังเคราะห์
นิสัย : รักสวยรักงาม เปราะบาง ชอบพูดชอบเม้าท์ สนใจใคร่รู้เรื่องราวของดารา นักร้องและคนรอบๆตัวในทุกๆเรื่องโดยไม่มีเงื่อนไข หมดเวลาไปวันๆกับการบอกเล่าข่าว ฟังข่าวและเสริมความงามให้ตนเอง มีกำลังทรัพย์มากพอที่จะซื้อบีบีมากดทั้งๆที่ไม่ทราบวิธีปิดเสียงและไม่มีคนจะคุยด้วย เข้าออกคลีนิคศัลกรรมประหนึ่งบ้านพักตากอากาศ คิดว่าเพลงเกาหลีเท่านั้นบนโลกนี้ที่เพราะและทนไม่ได้ที่มีคนวิจารย์ว่าเกาหลีเลียนแบบ และเห็นด้วยกับการที่ชาวไทยเอาตามเยี่ยงอย่างชาติกิมจิ



ชื่อ : จีจี้ (G-Gee)
เพศ : หญิง...น้อยน่ารัก
ชนิด : เพลี้ยอุกาบาต
ประเภท : แมลง-ต่างดาว

ลักษณะและนิสัย : เป็นเพลี้ยจากกาแลกซีดงอิปอบ ตัวขาว ตัวเล็ก กินกลูต้าไธโอนและครีมกวนอิมเป็นอาหาร ชื่นชอบดาราและเป็นเพื่อนสนิทกับบลิ้ง บลิ้ง คิดว่าตัวเองเหมือนโฟร์ชาวโลก (โฟร์-มด) ชื่นชอบเพลงเกาหลีทุกเพลง แพ้ดาราเกาหลีทุกคนที่ศัลกรรมและมีซิกแพค เวลาว่างมักจะบินร่อนไปเที่ยวตามห้างแม้จะไม่มีเงินก็ตามที เชี่ยวชาญด้านการพูดคุยด้วยภาษาอีโมชั่น รักการเที่ยวกลางคืนเพราะเชื่อว่าเมื่อแสงสว่างถูกลดทอนแล้วตัวเองจะสวยขึ้นและเรืองแสงได้

 

 ชื่อ : ฮยอน ยอน (Hyon yon)
 เพศ : ชายมาก่อน
 ชนิด : ค่างแว่นมองโกล
ประเภท : สัตว์เลี้ยงลูกไม่เป็น
นิสัย : ชอบเกาหลีอย่างบ้าคลั่ง รักกิมจิ สนับสนุนการศัลกรรมและการเต้นโคพเวอร์เพลงเกาหลีมาก แต่งหน้าเก่งและมีความสุขกับการออกงานสังคม ชื่นชอบการถ่ายรูประยะประชิด และสนิทกับ 2 ตัวข้างบน




  

ชื่อ : อุ่มกึ๊ก (Umkeuk)

 เพศ : เมีย
 ชนิด : อึ่งทะเลทราย
 ประเภท : สัตว์สะเทือนบกและสะเทือนน้ำ...

นิสัย : รักการกินและทุกอย่างที่ไม่ใช่ของตัวเอง อยากได้ทุกอย่างโดยไม่สนประโยชน์ ไม่สนว่ามีเจ้าของหรือไม่ เต็มใจที่จะกระทำการใดๆก็ตามเพื่อให้ได้มาซึ่งของที่ต้องการ คิดน้อย ใจร้อน ลุกลี้ลุกลนง่าย ขี้กลัวหากถูกตำหนิ และจะติดอ่างเมื่อตื่นเต้น มีน้องสาวต่างพ่อ 1 ตัวชื่อ อุ่มก๊ะ

  
ชื่อ : อุ่มก๊ะ (Umkah)

เพศ : แม่

 ชนิด : อึ่งอะเมซอน

ประเภท :สัตว์สะเทือนสายตา
นิสัย :  นอกจากกินและนอนแล้ว รักการแย่งชิงทรัพย์ทุกประเภทจากผู้อื่น ติดนิสัยชักแม่น้ำทั้ง5เพื่อโน้มน้าวผู้ฟัง แต่ไม่มีใครเชื่อ หากกลัวมากๆจะติดอ่าง และตัวพองเวลาโกรธ มีพี่สาวต่างพ่อ ชื่อ อุ่มกึ๊ก


ชื่อ : สวย (Suay)
เพศ : เพศ-สะ-หยา
 ชนิด : ชะมดน้ำตื้น

ประเภท : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสะเทินน้ำสะเทินบก
นิสัย : ความอดทนต่ำ ขีวีน ชอบเหวี่ยง ไม่มีอะไรก็เหวี่ยง เถียงเก่ง รักการจิกด่าทุกประเภท ชอบมีส่วนร่วมในการทำร้ายร่างกายแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับคู่กรณี โวยวายเสียงแบบไม่อายสื่อ เหยียดพวกฟังเพลงเกาหลีและชื่นชอบเพลงสากลที่ใช้พลังเสียงมากๆ เกินความจำเป็น ร้องคาราโอเกะได้หลายชั่วโมงติดต่อกัน



ชื่อ : สีเทา (Se-Taow)
เพศ : ผู้
ชนิด : ไรฝุ่นดาวอังคาร
 ประเภท : เศษ...ที่พิเศษ

 ลักษณะและนิสัย : เดินทางมายังดาวโลกพร้อมเพลี้ยอุกาบาต แต่ถูกลืมบ้าง ถูกเมินบ้าง เลยเรียกร้องควมสนใจด้วยวิธีต่างๆนาๆ เท่าที่จะสรรค์หาได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ มีแต่คนก่นด่าว่ารำคาญ น้อยใจไปโดดน้ำก็ดันไม่จมเพราะตัวเบากว่า ค่อนข้างไร้ค่าแต่ว่าพยายามในการทำตัวเองให้โดดเด่น ซึ่งก็ยังคงโดดเดี่ยวเดียวดายอยุ่เหมือนเดิม ...

 
 ชื่อ : เศษยางคางคก

 เพศ : -
ชนิด : เศษยางคางคก

ประเภท : วัตถุกึ่งขยะ       หมายเหตุ : ไร้ค่า ไม่มีค่า ไม่น่าสนใจ

ชื่อ : ถ่านเปียกน้ำ

เพศ : - 
ชนิด : ถ่านเปียกน้ำ

ประเภท : วัสดุกึ่งขยะ        หมายเหตุ : ไม่มีโทษ และไร้ประโยชน์ด้วย


ปล. ทั้งสิ้นเป็นคำที่กระผมมักจะใช้ติด่าว่าจิกหรือเล่นมุขกับเพื่อนๆน้องๆที่รู้จักกันดี บางครั้งไม่ได้มีเจตนาจะว่าร้ายขนาดเท่าในความหมาย แต่ที่ว่าไปนั้นส่วนมากจะว่าขำๆฮาๆซะมากกว่า อย่าคิดมากกันนะครับ

edit @ 26 Apr 2011 00:29:58 by Medih Christian Rozenkroy

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ ครับ

posted on 31 Dec 2010 02:51 by mcrozenkroy

  ~   กาลเวลา ล่วงมา ลาปีเก่า    

ขอโศกเศร้า ลับพลัน ทันปีใหม่

ฟ้าใหม่มา ขอน้ำตา แห้งเหือดไป    

ให้คนไทย สยบทุกข์ สุขร่มเย็น

   ปีกระต่าย ให้นิ่ง อย่าชิงตื่น

อย่าระรื่น แตกตระหนก ตกยากเข็น

ไม่ตื่นตูม สติมา ปัญญาเป็น 

ใจร่มเย็น เห็นสุข ทุกผู้ไป

ยามยากมาอย่ามัวโกรธโทษลิขิต

ตรองสักนิดผิดชอบคำตอบไหน

เลิกจองเวรสร้างบาปสาปแช่งใคร

สงบใจอย่าให้ทุกข์รุกครอบงำ

แน่วจิตได้กายสงบกลบกิเลส

ไร้อาเพศ กวนก่อ ก็ชวนขำ

จงปลอดทุกข์สนุกสนานทุกการกรรม

มอบยิ้มนำฉ่ำใจให้ยินดี

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ ครับ

มีความสุขกันมากๆ สุขภาพกายและใจแข็งแรงดี มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ที่สำคัญอย่าลืมแบ่งปันความสุขให้เพื่อนร่วมโลกทุกชีวิตด้วยนะครับ

 

 

edit @ 31 Dec 2010 03:06:39 by Medih Christian Rozenkroy

ลือ

posted on 20 Dec 2010 08:45 by mcrozenkroy in MedihStory

เสียงลือข่าวเล่าอ้าง ของใคร เล่าเอย
เสียงถ้อยลือแพร่ไป ทั่วหล้า
ติโทษพรายภูติเผย บอกต่อ แน่ฤา
โอษฐ์คนแหละที่อ้า อย่าโทษ อื่นไกล

- Medih C.Rozenkroy

คืนเหงา

posted on 02 Dec 2010 21:13 by mcrozenkroy in MedihStory


Smiley ราตรีมืด ดวงมาภา ดาราหงอย Smiley
Smiley น้ำค้างน้อย ร่วงทิ้ง ยิ่งชวนเหงา
Smiley แว่วลมลิ่ว ปลิวเรื่อย เอื่อยใจเร
Smiley กมลเทา เศร้าสร้อย ทุกถ้อยที
Smiley ยามลำพัง นั่งคิด จิตหวั่นไหว
Smiley เฝ้ารอใคร สักคน ที่ห่วงหา
Smiley แต่ไม่นาน กาลผัน ลั่นทิวา
Smiley จรัสจ้า นภาใส ให้ยินดี


เหล่าดวงดาว ควรคู่ ผืนฟ้า
เช่นหมู่ปลา ควรคู่ น้ำใส
ความรักนั้น ควรคู่ หัวใจ
ความเสียใจ ควรคู่ หยดน้ำตา
Smiley...หากดวงจันทร์ จับคู่ กับผืนฟ้า
Smiley...หากดารา ไม่ควรคู่ นภาไหน
หากความรัก ไม่ใช่คู่ ของหัวใจSmiley
ความเสียใจ ก็ควรคู่ ให้จดจำ

ความเหงามักเข้ามาอยู่ในหัวใจ แต่ไม่นานหรอกครับ - - ปรัมปรา

edit @ 2 Dec 2010 21:36:25 by Medih Christian Rozenkroy

28/11/2010

 

     วันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน...กับอากาศที่แสนสดใส แดดเปรี้ยงๆสมกับเป็นฤดูหนาว...ทว่าอากาศดันไม่หนาวอย่างเคย เมดิชได้มีโอกาส(กึ่งบังคับ)ไปชม "สามสาวทรามทราม" ละครเวทีผลงานของ Polkadot Production และดรีมบอกซ์ที่ Bluebox Studio ชั้น2 M Theatre ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

 



รูปโฆษณาละครเวที "สามสาวทรามทราม "



เหตุที่ได้ไปดูก็เพราะอาจารย์วิชาศิลปวิจักษ์ที่เราลงเรียนอยู่นั่นแหละ หนึ่งเนื้อหาในศาสตร์แห่งศิลป์นั้นก็คือการแสดง จึงต้องไปสัมผัสรสชาติของการแสดงของจริงกันซะหน่อย

 

 นัดกับโบ[เลดี้ของเรา...คือ...เพื่อนที่ลงเรียนด้วยกัน] 11.00 น. และออกเดินทางด้วยรถโดยสารไปลงสวนจตุจักร(เพราะมัวแต่โม้จนเลยป้ายเซนทรัล ลาดฯ) และเดินทางต่อด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินลงสถานีเพชรบุรี มุ่งสู่ทางออกที่ 3 อย่างรวดเร็ว...ก้มดูนาฬิกายังไม่เที่ยงก็เลยเย็นใจ เดินไปป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุด ด้วยความที่ไม่เคยมาแถวนี้ หลงทิศและข้อมูลการเดินทางที่มีน้อยนิดจึงกระโดดขึ้น 206 [ฟรี] โดยง่ายดายเพราะจำได้ว่ามันถึงแน่นอน... ทว่า นั่งได้ซักพักชักจะยังไง ๆ เพราะเหมือนกับมันพาวิ่งกลับม.เกษตร ฯ !! สองชีวิตเลยกระโดดลงจากรถเมลล์ฟรีทันทีที่หน้าสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมฯ

 

ระลึกชาติและคลำทางกันอยุ่ 2 นาทีจึงทำการประมวลข้อมูลใหม่พบว่า อืม...นั่งผิดฝั่ง ว่าแล้วก็ข้ามฝั่งไปขึ้นรถเมล์ฝั่งตรงข้ามอย่างเร็ว [แวะ 7-11 ซื้อของกิน...เกร็งมากเพราะทั้งเซเว่นมีแต่กระเทยตัวใหญ่ๆเสียงใหญ่ๆหัวเราะแบบโจรใต้ เต็มเลย...มันสาขาอะไรวะเนี่ย] ขึ้น ปอ.206 มาถึงเป้าหมายเวลาเกือบบ่ายโมง เป็นการผจญภัยของคู่หูคู่เอ๋อที่สนุก ฮาและร้อนแดดจริงๆ รวมกลุ่มกับเพื่อนๆน้องๆและอาจารย์เสร็จก็เข้าชมละครอย่างว่าง่าย โดยที่ก่อนเข้าไปพี่ ๆที่เก็บตั๋วจะแจก "ไข่" ให้คนละ 3 ใบ (ไม่ใช่ไข่จริงๆหรอกแต่เป็นไข่ของเล่นสมัยก่อนที่หยอดเหรียญแล้วหมุน ๆ ๆ ๆจนไข่ตกลงมาแล้วก็แกะดูว่าได้อะไร) ซึ่งเอาไว้ลงคะแนนโหวตในตอนท้ายเรื่อง



ใบปลิวของละครเวทีเรื่องนี้

 

 



ตั๋วเข้าชมละครเวทีของผมกับโบครับ



 

"สามสาวทรามทราม" บอกเล่าเรื่องราวความคิดของมนุษย์ในสังคมผ่านตัวละครทั้ง 3 ได้แก่

"เปิ้ล" หญิงสาวที่ฉลาดเลิศไหวพริบดีมีความสามารถและได้ดิบได้ดีจากการหลอกลวงเพื่อนมนุษย์

"นวล"หญิงสาวที่รักและชื่นชอบการเดิมพันทุกชนิดในชีวิต และ

"แอน"หญิงสาวผู้โง่เขลาเบาปัญญาช่างเพ้อฝันและติดละครน้ำเน่างอมแงม ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราว"ทรามทราม"ในชีวิตของพวกเธอโดยมี"ประธานสภาสัมภเวสี"ทำหน้าที่คล้ายกับพิธีกรให้แก่"สมาชิกสภาสัมภเวสี"ซึ่งก็คือผู้ชมทุกท่านที่จะต้องพิจจารณาและตัดสินว่า ใครต้องตกนรกและใครจะได้ขึ้นสวรรค์ 

 

 ระหว่างที่สามค่อยๆเผยเรื่องราวขณะมีชีวิตของพวกเธอให้เราฟัง(และชม)อยู่นั้น ผู้ชมจะค้นพบว่าละครเวทีเรื่องนี้ได้บอกเล่าความจริงที่มีอยู่จริงในสังคม เรื่องราวของแต่ละคนที่นับได้ว่าเป็นบาป ความผิด ความทราม ถูกลดทอนระดับความเลวร้ายด้วยการยกเหตุผลนานาประการที่ร่วมกับถ้อยคำที่ชวนให้คล้อยตามว่าสิ่งที่พวกเธอทำลงไปนั้น "ไม่ผิด"

 

คล้ายการเสียดสีและสะท้อนสังคมบนโลกเรา เมื่อใครสักคนได้พลั้งพลาดทางความคิดและลงมือทำในสิ่งที่ผิดลงไปแล้ว พวกเขาเหล่านั้นก็มักจะหยิบเหตุอ้างผลของการทำชั่ว ๆของตนเอง ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยภายในอย่างความคิด สติปัญญา ความมั่นคงของจิตใจ หรืออ้างด้วยปัจจัยภายนอกเช่นสภาพแวดล้อมที่อยู่ สังคม สื่อ เหตุการณ์ กรรมพันธุ์ จังหวะของสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ที่ก่อกำเนิดการทำบาปรูปแบบต่างๆขึ้นมา และแน่นอนว่าแต่ละคนนั้นจะมีการอธิบายเหตุผลของการกระทำทราม ๆของพวกเขาอย่างสมเหตุสมผลไม่ต่างจากที่เปิ้ล นวลและแอนทำเลย

 

ในตอนท้ายของเรื่องเมื่อสามสาวเล่าเรื่องราววุ่นๆของพวกเธอขณะมีชีวิตจบลง สภาสัมภเวสีหรือผู้ชมก็จะต้องพิจจารณาและโหวตตัดสินว่าจะให้พวกเธอตกนรกหรือขึ้นสวรรค์ นอกจากจะให้ผู้ชมมีส่วนร่วมแล้วก็เปรียบเสมือนทัศนคติของสังคมโดยรวมบนโลกแห่งความเป็นจริงที่มองดูและตัดสินการกระทำของพวกเธอทั้งสามว่าดีหรือไม่ดี รวมทั้งวิพากษ์ วิจารณ์ในแต่ละการกระทำว่าดีไม่ดีอย่างไร

 

สภาสัมภเวสี(ของรอบนี้)



   เสน่ห์ของการเล่าเรื่องที่ผมชอบคือการหยิบยกเรื่องราวน่ากลัวต่างๆ อย่างความตาย ความผิดบาปทางศีลธรรม ความงมงาย มาเล่าให้เราฟัง โดยใช้การเรียงถ้อยร้อยคำพูดใหม่ให้เรื่องเหล่านั้นกลายเป็นเรื่องตลกชวนหัวเราะ ผสมกับการเล่าด้วยน้ำเสียงที่สื่อให้ถึงอารมณ์ตัวละคร และผสานกับการแสดงการทำท่าทางประกอบต่าง ๆของนักแสดงทุกคน ทำให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าติดตาม สนุกสนานระคนความหดหู่ จนคนดูหัวเราะออกมาแม้ว่าในก้นบึ้งหัวใจลึก ๆจริง ๆจะรู้สึกไม่ดีกับสิ่งที่พวกเธอทั้งสามได้กระทำลงไป 

 

เมื่อถึงเวลาที่สภาฯ จะต้องพิพากษาโทษ ผู้ชมจะต้องเค้นความคิดเพื่อที่จะตัดสินใจ เกิดความขัดแย้งภายในจิตใจและกลไกทางความคิดระหว่างสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ผิดบาป บวกลบกับความรู้สึกสงสาร ความเห็นใจ หักล้างเหตุผลกลั่นกรองกระทั่งได้คำตอบที่เป็นเพียงการหย่อนไข่ลงในกล่องตัวเลือก

 

Q : คิดอย่างไรกับละคร ?

A : เป็นเรื่องที่บอกเล่าความจริงของสังคมได้อย่างสร้างสรรค์และนำความตลกร้ายมาเล่นได้อย่างน่าสนใจ

 

Q : นักแสดงเป็นไงบ้าง ?

A : นักแสดงเก่งมาก การเล่าเรื่องนั้นมีการพูดถึงตัวละครประกอบตัวอื่นๆอีกทว่าผู้แสดงกลับมีเพียงไม่กี่คน นักแสดงคนเดียวต้องดึงบุคลิกของตัวละครทั้งตัวหลักและตัวประกอบ แสดงลักษณะบุคลิกนิสัยเฉพาะตัว ผ่านท่าทางและน้ำเสียง นอกจากนี้ยังต้องสื่ออารมณ์ของตัวละครนั้น ๆ ออกมาโดยที่คนดูไม่งง

 

Q : ชอบตัวละครตัวไหน? เพราะอะไร?

A : ผมชอบตัวละครทั้ง 3 ตัวเลย เพราะแต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์ในบุคลิกและความคิด มีมุมมองของตัวเองที่แตกต่างจากคนทั่วไป และแน่นอนที่สุดคือพวกเธอมีความสุขในสิ่งที่ตัวเองทำ(แม้ว่าจะไม่รู้ตัวว่าที่ทำอยู่มันผิด)

 

Q : แล้วคุณตัดสินอย่างไร?

A : ผมโหวตให้ลงนรกทั้ง 3 คน

 

Q : ทำไมล่ะ ?

A : เพราะความผิดบาปของทั้งสามคือความจริงที่ต้องได้รับอยู่แล้ว หากยอมรับไม่ได้ก็คงไม่ต่างจากพวกเธอที่จะต้องสรรค์หาเหตุผลมาอ้างเพื่อให้ตนพ้นผิด

กรณีของเปิ้ลคือคิดเข้าข้างตัวเองมาเสมอว่าตัวเองทำถูกแล้ว เข้าใจว่าตนความดีช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เป็นการยกให้ตัวเองเป็นศูนย์กลางและคล้ายการหลอกตัวเอง 

นวลที่รู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ดี บาปแต่ก็หักห้ามใจไม่ได้แม้ว่าจะลังเลใจอยู่หลายครั้งสุดท้ายเธอก็ปล่อยให้ตัณหาเป็นผู้ชนะ

 

ส่วนแอนสาวสมองช้าปัญญาทึบที่ถูกคนรอบตัวดูแคลนและถูกครอบงำทางความคิดด้วยละคร ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสิ่งที่เพ้อฝันจนถูกหลอกเป็นเหยื่อของคนอื่น หลายคนอาจจะเห็นว่า "ความโง่เป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้" แต่ผมกลับมองว่า "ความเขลานั้นถือเป็นต้นกำเนิดแห่งบาป" เพราะความโง่เขลานั้นมีอานุภาพทำให้เราไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นควรหรือไม่ จะมีใครเดือดร้อนมากน้อยแค่ไหน อย่างในละครเรื่องนี้เหตุที่เธอต้องมีบาปติดตัวเพราะฆ่าผู้อื่นและตนเอง(แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจก็ตามที)

 

Q : แล้วคุณคิดว่าตัวเองจะถูกตัดสินอย่างไร กับสิ่งที่ทำเมื่อครั้งยังมีชีวิต ?

A : ลงนรกอยู่แล้วสิ ความดีและความเลวมันไม่ได้หักล้างกันซะหน่อยส่วนใครส่วนมันนะ ยอมรับในสิ่งที่ทำลงไปเพราะยังไงเราทุกคนก็ล้วนมีเหตุผลในทุกการกระทำ จะดีหรือชั่วนั้นมันก็อยู่ที่มุมมองเหมือนๆกับที่สามสาวพยายามเล่าให้คุณฟังในมุมมองที่แตกต่างนั่นแหละ

 

 

 

Q : ประโยคไหนในเรื่องที่ชอบ?

 A : "She so stupid, She a buffalo ...but she can ไถนานะคะ",  "147", "เหรียญล้านช้าง" ...ชอบเยอะเลยแต่นึกไม่ออกอ่ะตอนนี้

 

Q : สุดท้ายละ ละครเวทีเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....?

A : คนจะเลวก็มักจะมีเหตุผลในการทำความเลวของตัวเอง จนสุดท้ายก็ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนเลว  

 

 

ซักวันเราคงพบกันที่สภาฯ

(by)  Medih C.Rozenkroy

edit @ 28 Nov 2010 21:55:52 by Medih Christian Rozenkroy